การประกันภัยทางทะเล 
 
    การประกันภัยทางทะเลเป็นการประกันความเสียหายแก่เรือและทรัพย์สินหรือสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล
และยังขยายของเขตความคุ้มครองไปถึงการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางบกซึ่งต่อเนื่องกับการขนส่งทางทะเลด้วย
 
ประเภทของการประกันภัยทางทะเล
  
    1. การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล (Cargo Marine Insurance )การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลคุ้มครองการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยทางเรือ, ทางอากาศหรือทางบก
    2.การประกันภัยการขนส่งภายในประเทศ( Inland Transit )การประกันภัยการขนส่งภายในประเทศคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยโดยไฟไหม้, การระเบิด, การชนหรือการคว่ำระหว่างการขนส่งภายในประเทศไทยั
    3. การประกันภัยตัวเรือ ( Hull Marine Insurance )การประกันภัยตัวเรือคุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือที่เอาประกันเนื่องจากอุบัติเหตุ
ต่างๆเช่นลมพายุ, การชน, การเกยตื้นเป็นการคุ้มครองความเสียหายต่อเรือจากอุบัติเหตุต่างๆอาทิ ลมพายุ เรือเกยตื้นเรือโดนกันการชนหินโสโครกเป็นต้น
 
ภัยที่คุ้มครองและเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์
  
    1. ภัยทางทะเล (Peril of the sea) เช่น ภัยจากพายุ, มรสุม, เรือจม, เรือชนกัน และเรือเกยตื้น 
    2. อัคคีภัย (Fire) ได้แก่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้แต่ต้องไม่เกิดจากความประพฤติผิดของผู้เอาประกันภัยเองหรือเกิดจากการลุกไหม้ขึ้นมาเองของสินค้าอันเนื่องมาจากธรรมชาติ 
    3. การทิ้งทะเล(Jettisons) หมายถึง การเอาของทิ้งทะเลเพื่อให้เรือเบาลง 
    4. โจรกรรม (Thieves) หมายถึง การโจรกรรมอย่างรุนแรงโดยการใช้กำลังเพื่อช่วงชิงทรัพย์ 
    5. การกระทำโดยทุจริตของคนเรือ(Barratry) หมายถึงการกระทำโดยมิชอบของคนเรือโดยเจตนากลั่นแกล้งทุจริตตั้งแต่นายเรือจนกระทั่งถึงลูกเรือในอันที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและการกระทำนั้นต้องปราศจากการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าของทรัพย์
 
เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองในการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
 
มีเงื่อนไขความคุ้มครอง 3แบบที่เป็นที่นิยมกัน
 
    INSTITUTE CARGO CLAUSES (A) หรือICC(A)
    INSTITUTE CARGO CLAUSES (B) หรือ ICC (B)
    INSTITUTE CARGO CLAUSES (C) หรือ ICC (C)
    ซึ่งได้กำหนดขอบเขตความเสี่ยงภัยที่คุ้มครองดังนี้
 
ความคุ้มครองมาตรฐานในการประกันภัยการขนส่งทางทะเลคุ้มครอง 
ICC (A)
ICC (B)
ICC (C)
เพลิงไหม้, ระเบิด
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
เรือเกยตื้น, ล่ม, จมหรือตะแคงเรือชนกันเรือโดนกัน
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ยานพาหนะทางบกพลิกคว่ำหรือตกจากรางหรือชนกัน
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ยานพาหนะหรือเรือชนหรือปะทะกับวัตถุอื่นใด
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
การขนส่งสินค้าลงจากเรือท่าหลบภัย
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ความเสียหายหรือสูญเสียของส่วนรวม GeneralAverage
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
สินค้าถูกโยนทิ้งทะเล (Jettison) ในขณะที่เรือประสบภัยกลางทะเล
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ค่ากู้เรือและค่ากู้สินค้า (Sue &Labour Charge)
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ค่าจัดส่งสินค้าต่อไปยังจุดหมายปลายทาง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
คุ้มครอง
แผ่นดินไหว, ภูเขาไฟระเบิดหรือฟ้าผ่า
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
สินค้าถูกน้ำทะเลซัดตกจากเรือ
สินค้าเสียหายอย่างสิ้นเชิงทั้งหีบห่อที่เกิดขึ้นในขณะ
ทำการขนสินค้าขึ้นหรือลงจากเรือหรือระหว่างการ
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
เปลี่ยนถ่ายลำเรือ
ความเสียหายจากน้ำทะเลหรือจากแม่น้ำ, ทะเลสาบ
หรือน้ำในแม่น้ำเข้าระวางเรือหรือตู้บรรจุสินค้า(Container)
 
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
หรือน้ำในแม่น้ำท่วมเข้าสถานที่เก็บสินค้า
คุ้มครอง
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
สินค้าได้รับความเสียหายจากเปียกน้ำฝน
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
การกระทำโดยเจตนาร้ายของบุคคลอื่น
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
การถูกปล้นโดยโจรสลัด
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
สินค้าถูกลักขโมย
ความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอา
ประกันภัยอันเกิดจากภัยทุกอย่างที่มีสาเหตุจาก
ภายนอกและเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมายเช่นการแตก
หักร้าวฉีกขาดการปนเปื้อนกับวัตถุหรือสินค้าอื่น
 
คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง
 
ภัยที่คุ้มครองใน Institute Cargo Clauses (B)
 
    ICC (A) ระบุให้ความคุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายจากภัยทุกชนิดยกเว้นภัยที่ระบุไว้ในข้อยกเว้นภัยที่ยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses (A)
แม้ว่าเงื่อนไขความคุ้มครองตาม Institute Cargo Clauses (A) จะระบุความคุ้มครองแบบ All Risks ก็ตามแต่ก็มีความเสี่ยงภัย
หรือลักษณะความเสียหายบางอย่างที่ถูกยกเว้นไม่ให้ความคุ้มครองโดยได้กำหนดและระบุไว้เป็นข้อกำหนดอย่างชัดเจนภายใต้
General Exclusions Clause ดังนี้
ไม่ว่ากรณีใดก็ตามการประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสียเสียหายหรือค่าใช้จ่ายอ้นเนื่องจาก/ที่เกิดจาก
    1. การกระทำมิชอบโดยจงใจของผู้เอาประกันภัย
    2. การรั่วไหลไปตามปกติการขาดหายตามปกติของปริมาณหรือน้ำหนักหรือการสึกหรอและสึกกร่อนตามปกติ
    3. ความสูญหายเสียหายหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบรรจุหีบห่อหรือการจัดเตรียมวัตถุแห่งการประกันภัยที่ไม่เพียงพอ
หรือไม่เหมาะสม“การบรรจุหีบห่อ” หมายรวมถึงการจัดวางในตู้ลำเลียงหรือตู้ยกในกรณีที่การจัดวางนั้นกระทำก่อนที่จะเริ่มความคุ้มครองหรือกระทำโดยผู้เอาประกันภัยเอง
    4. ข้อเสียในตัวเองหรือลักษณะตามธรรมชาติของวัตถุแห่งการประกันภัย
    5. การล่าช้าแม้ว่าการล่าช้านั้นจะเกิดจากภัยที่คุ้มครองก็ตาม
    6. การล้มละลายหรือการไม่สามารถใช้หนี้สินไม่ว่าของเจ้าของเรือ, ผู้เช่าเหมาเรือหรือผู้ดำเนินการเดินเรือหรือตัวแทนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่กล่าวมา
    7. การใช้อาวุธสงครามที่อาศัยการแตกตัวหรือการหลอมตัวของปรมาณูหรือผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี
    8.เรือหรือยานไม่พร้อมที่จะใช้เดินทะเลหรือเรือยานยวดยานตู้ลำเลียงหรือตู้ยกที่จะใช้ในการบรรทุกสินค้าไม่พร้อมสมบูรณ์หรือปลอดภัยเพียงพอโดยที่ผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย(Unseaworthtness&UnfitnessExclusion Clause)
    9. ข้อยกเว้นภัยสงคราม (War Exclusion Clause)
        .1สงครามสงครามกลางเมืองการปฏิวัติกบฏแข็งข้อหรือการต่อสู้ของประชาชนที่เกิดจากการดังกล่าวหรือการกระทำเป็นปฏิปักษ์ซึ่งกระทำต่อหรือถูกกระทำโดยชาติอำนาจที่เป็นศัตรู
        .2 การถูกจับกุมถูกยึดถูกกุมกักกันหรือหน่วงเหนี่ยว (ยกเว้นการกระทำการเป็นโจรสลัด) และผลใดๆของการนั้นๆหรือ
ความพยายามใดๆที่จะกระทำการดังกล่าว
        .3 การถูกทิ้งทุ่นระเบิดตอร์ปิโดระเบิดหรืออาวุธสงครามอื่นใด
    10. ข้อยกเว้นภัยนัดหยุดงาน (Strikes Exclusion Clause)
        .1 คนงานที่นัดหยุดงาน, คนงานที่ถูกปิดงาน, หรือบุคคลที่มีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบทางแรงงาน
        .2 การจลาจลหรือการก่อความวุ่นวานโดยฝูงชนอันเป็นผลจากการนัดหยุดงานการปิดงานความไม่สงบทางแรงงาน
        .3 การก่อความวุ่นวายโดยฝูงชนอันเกิดจากการก่อการร้ายหรือการกระทำไม่ว่าจะของบุคคลหนึ่งบุคคลใดในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
 
ภัยที่คุ้มครองใน Institute Cargo Clauses (B)
 
    Institute Cargo Clauses (B) ให้ความคุ้มครองแตกต่างจาก Institute Cargo Clauses (A) คือ
ICC (A) ระบุให้คุ้มครองการเสี่ยงภัยทุกชนิดที่มีสาเหตุจากภายนอกพร้อมกับกำหนดยกเว้นภัยบางประเภทไว้เท่านั้นแต่
ICC (B) ระบุภัยที่คุ้มครองและสิ่งที่ยกเว้นความคุ้มครองไว้อย่างชัดเจนความสูญเสียหรือเสียหายอันเนื่องจากหรือมีสาเหตุ
จากภัยที่ไม่ได้ระบุไว้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
 
    นอกจากนั้น I.C.C. (B) ยังได้แยกความคุ้มครองออกเป็น 3 ลักษณะคือ
    1.คุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายซึ่งมีผลสืบเนื่องจากภัยที่ระบุไว้ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงสาเหตุที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิด
ความเสียหายภัยที่คุ้มครองได้แก่
        1.1 อัคคีภัยหรือการระเบิด
        1.2 เรือหรือยวดยานประสบเหตุเกยตื้นเกยพื้นจมหรือพลิกคว่ำ
        1.3 การคว่ำหรือตกรางของยานพาหนะทางบก
        1.4 การชนหรือการโดยกันของเรือยวดยานหรือยานพาหนะกับวัตถุภายนอกใดๆก็ตามนอกเหนือจากกับน้ำ
        1.5 การขนถ่ายสินค้าลงที่ท่าใช้หลบภัย
        1.6 แผ่นดินไหวการระเบิดของภูเขาไฟหรือฟ้าผ่า
    2. ความสูญเสียหรือเสียหายจะต้องมีสาเหตุโดยตรงจากภัยที่ระบุไว้ได้แก่
        2.1 การถูกสละไปอันถือได้ว่าเป็นการสูญเสียเพื่อส่วนรวม
        2.2 การถูกทิ้งทะเลหรือการถูกน้ำซัดตกจากเรือไป
        2.3 การที่น้ำทะเลน้ำทะเลสาบหรือน้ำในแม่น้ำเข้ามาในระวางเรือหรือยวดยานหรือเข้ามาในตู้ลำเลียง, ตู้ยกหรือสถานที่เก็บวางสินค้า
    3. ความสูญเสียโดยสิ้นเชิงของหีบห่อใดซึ่งตกจากเรือหรือตกลงมาในขณะขนขึ้นหรือขนลงจากเรือหรือยวดยาน
 
ภัยที่ยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses (B)
 
    แม้ว่าเงื่อนไขความคุ้มครองตาม Institute Cargo Clauses (B) จะระบุภัยที่ให้ความคุ้มครองไว้อย่างชัดเจนแล้วก็ตามแต่ก็ได้กำหนดและระบุสาเหตุหรือลักษณะความเสียหายบางอย่างที่จะถูกยกเว้นไม่ให้ความคุ้มครองไว้เป็นข้อกำหนดอย่างชัดเจนภายใต้General Exclusions Clause ดังนี้
 
    ไม่ว่ากรณีใดก็ตามการประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสียเสียหายหรือค่าใช้จ่ายอ้นเนื่องจาก/ที่เกิดจาก
        1. การกระทำมิชอบโดยจงใจของผู้เอาประกันภัย
        2. การรั่วไหลไปตามปกติ, การขาดหายตามปกติของปริมาณหรือน้ำหนักหรือการสึกหรอและสึกกร่อนตามปกติ
        3. การบรรจุหีบห่อหรือการจัดเตรียมที่ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสมในวัตถุแห่งการประกันภัย
        4. ข้อเสียในตัวเองหรือลักษณะตามธรรมชาติของวัตถุแห่งการประกันภัย
        5. การล่าช้าแม้ว่าการล่าช้านั้นจะเกิดจากภัยที่คุ้มครองก็ตาม
        6. การล้มละลายหรือการไม่สามารถใช้หนี้สินไม่ว่าของเจ้าของเรือ, ผู้เช่าเหมาเรือหรือผู้ดำเนินการเดินเรือหรือตัวแทนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่กล่าวมา
        7. การใช้อาวุธสงครามที่อาศัยการแตกตัวหรือการหลอมตัวของปรมาณูหรือผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี
        8. เรือหรือยานไม่พร้อมที่จะใช้เดินทะเลหรือเรือยานยวดยานตู้ลำเลียงหรือตู้ยกที่จะใช้ในการบรรทุกสินค้าไม่พร้อมสมบูรณ์หรือปลอดภัยเพียงพอโดยที่ผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย(Unseaworthtness& Unfitness ExclusionClause)
        9. การทำความเสียหายโดยเจตนาหรือการทำลายโดยเจตนาต่อวัตถุแห่งการประกันภัยหรือส่วนหนึ่งส่วนใดในวัตถุแห่งการประกันภัยโดยการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือหลายบุคคลก็ตาม (ข้อแตกต่างจาก ICC (A))
        10. ข้อยกเว้นภัยสงคราม (War Exclusion Clause)
            10.1 สงครามสงครามกลางเมืองการปฏิวัติกบฏแข็งข้อหรือการต่อสู้ของประชาชนที่เกิดจากการดังกล่าวหรือการกระทำเป็นปฏิปักษ์ซึ่งกระทำต่อหรือถูกกระทำโดยชาติอำนาจที่เป็นศัตรู
            10.2 การถูกจับกุมถูกยึดถูกกุมกักกันหรือหน่วงเหนี่ยว (ยกเว้นการกระทำการเป็นโจรสลัด) และผลใดๆของการนั้นๆหรือ
ความพยายามใดๆที่จะกระทำการดังกล่าว
            10.3 การถูกทิ้งทุ่นระเบิดตอร์ปิโดระเบิดหรืออาวุธสงครามอื่นใด
        11. ข้อยกเว้นภัยนัดหยุดงาน (Strikes Exclusion Clause)
            11.1 คนงานที่นัดหยุดงาน, คนงานที่ถูกปิดงาน, หรือบุคคลที่มีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบทางแรงงาน
            11.2 การจลาจลหรือการก่อความวุ่นวานโดยฝูงชนอันเป็นผลจากการนัดหยุดงานการปิดงานความไม่สงบทางแรงงาน
            11.3 การก่อความวุ่นวายโดยฝูงชนอันเกิดจากการก่อการร้ายหรือการกระทำไม่ว่าจะของบุคคลหนึ่งบุคคลใดในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
 
ภัยที่คุ้มครองใน Institute Cargo Clauses (C)
 
    Institute Cargo Clauses (C) ให้ความคุ้มครองแตกต่างจาก I.C.C. (A) เช่นเดียวกับ I.C.C (B) คือระบุภัยที่คุ้มครองและสิ่งที่ยกเว้นความคุ้มครองไว้อย่างชัดเจนความสูญเสียหรือเสียหายอันสืบเนื่องจากหรือมีสาเหตุจากภัยที่ไม่ได้ระบุไว้
จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
 
แต่I.C.C. (C) ให้ความคุ้มครองที่แคบกว่า I.C.C. (B) โดยแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ลักษณะคือ
    1 คุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายซึ่งมีผลสืบเนื่องจากภัยที่ระบุไว้ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงสาเหตุที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดความเสียหายภัยที่คุ้มครองได้แก่
        1.1 อัคคีภัยหรือการระเบิด
        1.2 เรือหรือยวดยานประสบเหตุเกยตื้นเกยพื้นจมหรือพลิกคว่ำ
        1.3 การคว่ำหรือตกรางของยานพาหนะทางบก
        1.4 การชนหรือการโดนกันของเรือยวดยานหรือยานพาหนะกับวัตถุภายนอกใดๆก็ตามนอกเหนือจากกับน้ำ
    2 ความสูญเสียหรือเสียหายจะต้องมีสาเหตุโดยตรงจากภัยที่ระบุไว้ได้แก่
        2.1 การถูกสละไปอันถือได้ว่าเป็นการสูญเสียเพื่อส่วนรวม (General Average Sacrifice)
        2.2 การถูกทิ้งทะเล
 
ภัยที่ยกเว้นความคุ้มครองใน Institute Cargo Clauses (C)
 
    แม้ว่าเงื่อนไขความคุ้มครองตาม Institute Cargo Clauses (C) จะระบุภัยที่ให้ความคุ้มครองไว้อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม
แต่ก็ได้กำหนดและระบุสาเหตุหรือลักษณะความเสียหายบางอย่างที่จะถูกยกเว้นไม่ให้ความคุ้มครองไว้เป็นข้อกำหนดอย่างชัดเจน
ภายใต้General Exclusions Clause ดังนี้
ไม่ว่ากรณีใดก็ตามการประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสียเสียหายหรือค่าใช้จ่ายอ้นเนื่องจาก/ที่เกิดจาก
    1. การกระทำมิชอบโดยจงใจของผู้เอาประกันภัย
    2. การรั่วไหลไปตามปกติ, การขาดหายตามปกติของปริมาณหรือน้ำหนักหรือการสึกหรอและสึกกร่อนตามปกติ
    3. การบรรจุหีบห่อหรือการจัดเตรียมที่ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสมในวัตถุแห่งการประกันภัย
    4. ข้อเสียในตัวเองหรือลักษณะตามธรรมชาติของวัตถุแห่งการประกันภัย
    5. การล่าช้าแม้ว่าการล่าช้านั้นจะเกิดจากภัยที่คุ้มครองก็ตาม
    6. การล้มละลายหรือการไม่สามารถใช้หนี้สินไม่ว่าของเจ้าของเรือ, ผู้เช่าเหมาเรือหรือผู้ดำเนินการเดินเรือ
หรือตัวแทนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่กล่าวมา
    7. การใช้อาวุธสงครามที่อาศัยการแตกตัวหรือการหลอมตัวของปรมาณูหรือผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี
    8. เรือหรือยานไม่พร้อมที่จะใช้เดินทะเลหรือเรือยานยวดยานตู้ลำเลียงหรือตู้ยกที่จะใช้ในการบรรทุกสินค้าไม่พร้อมสมบูรณ์หรือปลอดภัยเพียงพอโดยที่ผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย(Unseaworthtness& Unfitness ExclusionClause)
    9. การทำความเสียหายโดยเจตนาหรือการทำลายโดยเจตนาต่อวัตถุแห่งการประกันภัยหรือส่วนหนึ่งส่วนใดในวัตถุแห่งการประกันภัยโดยการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือหลายบุคคลก็ตาม (ข้อแตกต่างจาก ICC (A))
    10. ข้อยกเว้นภัยสงคราม (War Exclusion Clause)
        10.4 สงครามสงครามกลางเมืองการปฏิวัติกบฏแข็งข้อหรือการต่อสู้ของประชาชนที่เกิดจากการดังกล่าว
หรือการกระทำเป็นปฏิปักษ์ซึ่งกระทำต่อหรือถูกกระทำโดยชาติอำนาจที่เป็นศัตรู
        10.5 การถูกจับกุมถูกยึดถูกกุมกักกันหรือหน่วงเหนี่ยว (ยกเว้นการกระทำการเป็นโจรสลัด) และผลใดๆของการนั้นๆ
หรือความพยายามใดๆที่จะกระทำการดังกล่าว
        10.6 การถูกทิ้งทุ่นระเบิดตอร์ปิโดระเบิดหรืออาวุธสงครามอื่นใด
    11. ข้อยกเว้นภัยนัดหยุดงาน (Strikes Exclusion Clause)
        11.4 คนงานที่นัดหยุดงาน, คนงานที่ถูกปิดงาน, หรือบุคคลที่มีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบทางแรงงาน
        11.5 การจลาจลหรือการก่อความวุ่นวานโดยฝูงชนอันเป็นผลจากการนัดหยุดงานการปิดงานความไม่สงบทางแรงงาน
        11.6 การก่อความวุ่นวายโดยฝูงชนอันเกิดจากการก่อการร้ายหรือการกระทำไม่ว่าจะของบุคคลหนึ่งบุคคลใดในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
 
ภัยที่ยกเว้นความคุ้มครองตามเงื่อนไขความคุ้มครองมาตรฐาน Institute Cargo Clauses
Institute C Institute Cargo Clauses
(A)
(B)
(C)
การกระทำมิชอบโดยจงใจของผู้เอาประกันภัย 
x
X
x
การรั่วไหล, การขาดหายหรือการสึกหรอ/สึกกร่อนตามปกติ 
x
x
x
การบรรจุหีบห่อหรือการจัดเตรียมที่ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสม 
x
x
x
ข้อเสียหรือลักษณะตามธรรมชาติของวัตถุแห่งการประกันภัย 
x
x
x
การล่าช้าแม้ว่าการล่าช้านั้นจะเกิดจากภัยที่คุ้มครองก็ตาม 
x
x
x
การล้มละลายหรือการไม่สามารถใช้หนี้สินของเจ้าของเรือผู้เช่าเหมาเรือหรือผู้ดำเนินการเดินเรือ 
x
x
x
การใช้อาวุธสงครามที่อาศัยการแตกตัวหรือการหลอมตัวของปรมาณูหรือผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี
x
x
x
เรือหรือยานพาหนะไม่พร้อมที่จะใช้เดินทะเลหรือบรรทุกสินค้าหรือไม่พร้อมสมบูรณ์หรือปลอดภัยเพียงพอ
x
x
x
ภัยสงคราม 
x
x
x
ภัยจลาจลการนัดหยุดงาน 
การทำความเสียหายหรือทำลายโดยเจตนาต่อวัตถุแห่งการประกันภัยโดยการกระทำที่ผิด
x
x
x
กฎหมายจากบุคคลอื่น 
 
x
x
 
2. เงื่อนไขมาตรฐานเรือ
 
    การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันยังนิยมใช้การขนส่งทางเรือกันเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากสามารถขนส่งสินค้าได้เป็นจำนวนมากและค่าขนส่งยังจัดว่ามีราคาที่ไม่สูงมากดังเช่นการขนส่งสินค้าประเภทอื่นๆดังนั้นการพิจารณารับประกันภัยจึงให้ความสำคัญต่อคุณภาพของเรือเดินทะเลเป็นอันดับแรกโดยปกติบริษัทประกันภัยมักยินดีรับประกันภัยสินค้าที่บรรทุกโดยเรือเดินสมุทรที่มีการรับรองจากสถาบันมาตรฐานเรือ(Classification Societies) สถาบันใดสถาบันหนึ่งดังนี้
    - Lloyd’s Register
    - American Bureau
    - Bureau Veritas
    - China Classification Society
    - Germanischer Lloyd
    - Korean Register
    - Maritime Register of Russia
    - Nippon KaijiKyokai
    - Norske Veritas
    - RegistroItaliano
 
และมีการกำหนดว่าเรือเดินทะเลนั้นจะต้อง 
 
    -เป็นเรือซึ่งประกอบด้วยเหล็กและมีการขับเคลื่อนด้วยตัวเองและต้องเป็นสมาชิกของ TheInternational Association of Classification
Society (IACS) หรือ Flag Society แล้วแต่กรณี
    -ไม่เป็นเรือสินค้าประเภทเทกองหรือเรืออเนกประสงค์ที่มีอายุเกินกว่า 10 ปีหรือเป็นเรือประเภทอื่นซึ่งมีอายุเกินกว่า 15 ปีเว้นแต่ว่า
¨ หากเป็นเรือบรรทุกสินค้าทั่วไปและประกอบธุรกิจการเดินเรือเป็นปกติซึ่งต้องมีการประกาศโฆษณาตารางการเดินเรือที่แน่นอน
โดยระบุท่าเรือที่รับส่งสินค้าอย่างชัดเจนและต้องเป็นเรือที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี
¨ หากเป็นเรือที่บรรทุกตู้สินค้า (Container) หรือเป็นเรือประเภท Double-skin open-hatchgantry crane (OHGCs)
และประกอบธุรกิจการเดินเรือเป็นปกติต้องมีการประกาศโฆษณาตารางการเดินเรือที่แน่นอนโดยระบุท่าเรือที่รับส่งสินค้าอย่างชัดเจน
และต้องเป็นเรือที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี
 
    ในกรณีที่มีการใช้เรือเดินทะเลที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังข้างต้นบริษัทประกันภัยอาจจะไม่พิจารณารับประกันภัย 
หรือหากมีการพิจารณารับประกันภัยก็อาจจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือเก่าเป็นการเพิ่มเติมเนื่องจากมีความเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้นจากปกติ 
 
3. ระยะเวลาการคุ้มครอง
 
    สัญญาประกันภัยการขนส่งสินค้าจะเริ่มต้นเมื่อสินค้าเคลื่อนออกจากโกดังหรือสถานที่เก็บสินค้าณสถานที่ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ประกันภัยเมื่อเริ่มเดินทางและให้ความคุ้มครองต่อเนื่องตลอดการขนส่งตามปกติและสิ้นสุดเมื่อ
        1. ส่งถึงโกดังของผู้รับสินค้าหรือโกดังปลายทางหรือสถานที่เก็บสินค้าณปลายทางที่ระบุไว้
        2. ส่งถึงโกดังหรือสถานที่เก็บสินค้าอื่นณปลายทางที่ระบุไว้ซึ่งผู้เอาประกันภัยเลือกใช้เป็น
            2.1. ที่เก็บสินค้านอกเหนือเส้นทางขนส่งตามปกติหรือ
            2.2. ที่จัดสรรหรือแจกจ่ายสินค้า
        3. เมื่อครบ 60 วันหลังจากขนสินค้าลงจากเรือเดินทะเลณท่าปลายทางหรือเมื่อครบ 30 วันหลังลงจากขนสินค้าลงจากเครื่องบินแล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดก่อนก็จะสิ้นสุดความคุ้มครองณ. เวลานั้น
 
4. เอกสารในการออกกรมธรรม์
เอกสารที่จำเป็นสำหรับการออกกรมธรรม์ประกันภัย 
 
กรณีส่งออก 
    1. Invoice (ใบกำกับสินค้า)
    2. Bill of Lading (B/L) (ใบตราส่ง) หรือใบMasterAirway Bill (MAWB) กรณีเดินทางมาทางเครื่องบิน
    3. Packing List (เอกสารแสดงหีบห่อสินค้า) (ถ้ามี)
    4. Letter of Credit (L/C)
 
กรณีนำเข้า 
    1. Pro Forma Invoice/Invoice (ใบกำกับสินค้า)
    2. Bill of Lading (B/L) (ใบตราส่ง) หรือใบMasterAirway Bill (MAWB) กรณีเดินทางมาทางเครื่องบิน
    3. Packing List (เอกสารแสดงหีบห่อสินค้า) (ถ้ามี)
 
 
บริษัท พรหมภิบาล จำกัด
1115 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี
เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
© Copyright 2012-2016 Prompibarn Co.,Ltd. All rights reserved.